asd
arrow bg
asd

การดึงดูดนักช้อปด้วยความเย้ายวนทางกายภาพ

ร้านค้าหรือหน้าร้านต่างๆ กลายเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้า และเปรียบเสมือนเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าทางออนไลน์และลูกค้าที่เข้ามาซื้อที่หน้าร้าน เพราะลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้จากทางออนไลน์ โดยลูกค้าจากทั้งสองทางนั้นยังคงตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ ด้วยเรื่องของความคุ้มค่าและบริการที่จะได้รับ ดังนั้นผู้ขายจะต้องคาดคะเนเรื่องของแคมเปญที่จะออกมา และเรียนรู้ว่าแบบไหนได้ผลหรือไม่ได้ผล

ในปัจจุบันแต่ละแบรนด์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ภาพจำลอง อย่าง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้ามาช่วยเพื่อนำเสนอลูกค้า ช่วยให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าได้อย่างเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการใช้ภาพกราฟิกและภาพสัญลักษณ์อย่างง่าย เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในสิ่งที่ต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น

Alibaba and Taobao  กำลังลงทุนอย่างมากกับเทคโนโลยี VR มาใช้ภายในร้าน และเน้นถึงตัวอย่างที่ดีที่สุดของการใช้เทคโนโลยี VR ในเชิงพาณิชย์ โดย Alibaba นั้นเปิดตัวประสบการณ์การช็อปปิ้งเสมือนจริงในเทศกาลวันคนโสดเป็นครั้งแรกในขณะที่ HTC ของฝั่งไต้หวันกำลังจะเปิดประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี VR นอกบ้านที่ไม่มีจีนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วยการเปิดร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์

แต่เทคโนโลยีต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นเครื่องมือการพัฒนาแบรนด์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะแรงดึงดูดทางกายภาพมีส่วนในการดึงดูดนักช้อปมากขึ้น แบรนด์ระดับท้องถิ่นมีโอกาสพัฒนาไปสู่ระดับโลกหรือเป็นที่สุดด้วยเรื่องของความสะดวกสบายของร้านค้าออนไลน์

ค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง Hyundai ได้มีการพัฒนาตลาดเมืองกวางจูที่มีมากว่า 103 ปี โดยเจ้าของร้านรุ่นใหม่มีการลดค่าเฉลี่ยอายุของร้านลง 15 ปี ซึ่งก่อนที่จะมีการปรับปรุงมีเพียง 36 ร้านที่ดูคึกคักจาก 70 ร้านค้าที่เปิด และร้านเหล่านี้ถูกดูแลโดยคนในพื้นที่จะเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า แต่หลังจากการปรับปรุงใหม่จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น ในเดือนพฤษภาคมปี ค.ศ.2015 จาก 200 คนต่อวัน เป็น 4,300 คนต่อวัน

ในขณะที่ร้านค้ารายย่อยในสหรัฐอเมริกายังคงมีการขยายตัว และแนวโน้มที่จะรวมเข้าด้วยกันในปี ค.ศ.2017 อีกทั้ง Amazon เองก็มีแผนจะเปิดร้านค้าสะดวกกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ

ในสหราชอาณาจักร ร้านค้าออนไลน์จะยังคงเป็นช่องทางที่เติบโตได้เร็วที่สุดด้วยอัตราการเติบโตถึง 68% ภายในปี ค.ศ.2021 (จากข้อมูลของ IGD) ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อจะเผชิญกับปัญหาหนักในปี ค.ศ.2017 เนื่องจากที่มีการโหวต Brexit เกิดขึ้น

ร้านค้าปลีกจำนวนมากแทนที่จะแข่งขันกับร้านค้าออนไลน์ที่มีแคตตาล็อกสินค้ามากมายและช่องทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยการใช้วิธีการอื่นเพื่อความอยู่รอดด้วยการทำตัวให้เล็กและว่องไว แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไร้ขอบเขตในการขัดกันเรื่องขอบเขตด้านกายภาพของผู้บริโภคจากออนไลน์ ทางด้าน Amazon ได้แนะนำ Amazon Go ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าที่ไม่มีเคาน์เตอร์คิดเงินที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่ง

ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดขนาดของแบรนด์ลงเท่านั้น ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Target ไปจนถึง Walmart และ Sainsburys ต่างยังคงรักษาทำเลเดิมเอาไว้ และในขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มสาขาย่อยในทำเลใหม่ๆ เพื่อเป็นเสมือนร้านค้าที่บริการได้แบบครบวงจร มีสินค้าทุกประเภท ซึ่งเป็นความพยายามที่จะช่วยปรับองค์กรให้เข้ากับสถานการณ์ และเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพราะร้านขนาดเล็กสามารถเปิดได้ในตัวเมือง ซึ่งสามารถดึงกลุ่มเป้าหมายวัยหนุ่มสาวและคนที่มีกำลังซื้อที่อาศัยอยู่ในเมือง

Credit : The Future Laboratory