asd
arrow bg
asd

อาณาจักรค้าปลีกโดยภาพรวม

คำว่า “Omni-Channel” หรือการขายสินค้าผ่านหลายช่องทาง โดยกำหนดให้อีคอมเมิร์ซกับการซื้อขายผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจที่แยกกันจะเริ่มหายไปจากพจนานุกรมค้าปลีกในปี ค.ศ.2017 อย่างไรก็ตาม อาณาจักรค้าปลีกก็ยังคงยิ่งใหญ่ต่อไป เนื่องจากบริษัท Forrester คาดการณ์ว่าประชากรจำนวน 4,800 ล้านคนทั่วโลกจะมีสมาร์ทโฟนคนละ 1 เครื่องภายในปี ค.ศ.2016 นอกจากนี้ บริษัท PWC ยังกล่าวว่า 34% ของผู้ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมดเชื่อมั่นว่าโทรศัพท์มือถือจะเป็นช่องทางหลักในการสั่งซื้อสินค้าของพวกเขา สิ่งที่จะสามารถยืนยันได้ก็คือการที่ 51% ของยอดขายสินค้าออนไลน์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2015 ถึง มกราคม ค.ศ.2016 มาจากช่องทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Interactive Media in Retail Group

ขั้นตอนต่อไปที่ธุรกิจค้าปลีกจะต้องทำในปี ค.ศ.2017 ก็คือการพัฒนาระบบขนส่งและเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด การเรียนรู้ของเครื่องหรือ Machine Learning จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ได้รับความนิยมในหมู่ธุรกิจค้าปลีก ตัวอย่างเช่น บริษัท Houzz ได้พัฒนาระบบที่ชื่อว่า Visual Match ที่นำแนวคิด Machine Learning มาใช้ในการเรียนรู้จากประวัติและพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำมาประมวลผลให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาชอบได้โดยง่ายผ่านรูปภาพจำนวนมากที่อยู่ในระบบธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง eBay ก็ได้พัฒนาความสามารถในการค้นหาด้วยรูปภาพโดยการให้บริการที่มีชื่อว่า eBay Collective ซึ่งเป็นบริการออกแบบภายในโดยใช้โปรแกรม AI ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ ลูกค้าระดับบนที่กำลังมองหาของหายาก ของโบราณ หรือแม้กระทั่งของดีไซน์ร่วมสมัยเพื่อนำไปตกแต่งบ้าน วิธีการใช้ก็ง่ายมาก เพียงแค่ให้ลูกค้าอัพโหลดรูปภาพของห้องที่ต้องการตกแต่งลงมา จากนั้นอุปกรณ์นี้ก็จะค้นหาในสต็อกของ eBay เพื่อเลือกของที่ใกล้เคียงที่สุด และพอดีกับขนาดพื้นที่ที่วางให้

ตอนนี้แบรนด์ต่างๆ ยังไม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับแชตอัตโนมัติที่สร้างโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เท่าที่ควร แต่ในความจริงแล้ว เทคโนโลยีนี้เป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างบริการที่ดีแก่ลูกค้า สามารถพูดคุยและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าได้ ตัวอย่างเช่น แชตอัตโนมัติของ H&M ก็ได้แนะนำเสื้อผ้าหลากหลายชุดให้แก่ลูกค้าและยังสามารถให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านฟังก์ชั่นข้อความได้อีกด้วย นอกจากนี้ MasterCard ก็ยังออกมาประกาศว่ากำลังพัฒนาแชตอัตโนมัติสำหรับผู้ค้าและธนาคาร เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ผ่านการแชต การส่งข้อความ และการใช้ภาษาพูดทั่วไป

สังคมออนไลน์ก็เป็นที่ที่ทำให้เกิดการซื้อขายออนไลน์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคน Gen Viz ที่ให้ความสำคัญกับรูปภาพสวยๆ มาเป็นอันดับแรก อินสตาแกรมจึงให้ธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด 20 รายมาทดลองใส่ปุ่ม “คลิกเพื่อดู” ลงไปในรูปภาพเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า อาทิ ราคา และสีของสินค้าที่มีให้เลือก

การกดคลิกเดียวในโลกออนไลน์ และการจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือได้รับความสนใจจากบริษัททั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และล่าสุด New York Times ก็เพิ่งสำรวจความเป็นไปได้ของการกด 1 คลิกเพื่อซื้อของที่ไหนก็ได้บนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเพิ่งการประชุมขององค์กร W3C ที่จัดมาตรฐาน World Wide Web ซึ่งได้รวมตัวบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Google Facebook หรือ Apple เพื่อหาทางในการแก้ไขความลำบากในการจ่ายเงินเพื่อซื้อของออนไลน์

Credit : The Future Laboratory