asd
arrow bg
asd

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) กำลังจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า

นานมากแล้วที่สินค้าหรูและกลุ่มลูกค้านั้น ถูกเชื่อมโยงซึ่งกันและกันโดยผ่านผู้จัดการร้าน ซึ่งผู้จัดการร้านนั้นจะต้องใช้ความสามารถการบริการเฉพาะตัวในการจดจำชื่อและบริการให้ตรงกับตวามต้องการของลูกค้าแต่ละคน แต่รายละเอียดที่ต้องจดจำและจำนวนกลุ่มลูกค้านั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องอาศัยสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาช่วยซึ่งไม่ใช่คน แต่ก้าวหน้าไปมากกว่านั้นนั่นคือ ปัญญาประดิษฐ์  (Artificial Intelligence หรือ AI) AI กำลังเข้ามาช่วยเหลือทางการตลาด งานบริการทางธุรกิจ และพัฒนาแบรนด์สินค้าหรู ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ในอนาคต แบรนด์ชั้นนำอย่าง Dior, Net-A-Porter และ Starwood Hotels ก็เช่นกัน ได้เลือกให้ AI เข้าไปจัดการระบบ Web Apps และ Chatbots ให้แก่ลูกค้าของพวกเขา อย่างไรก็ตามในอนาคต  Bricks-and-Mortar (คือองค์กรที่มีผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการจัดส่งผลิตภัณฑ์ อยู่ในรูปของกายภาพทั้งหมด) ได้ทำการรวบรวมผลงานที่ AI สามารถทำให้นักช็อปทั้งหลายมีความพอใจ ประหลาดใจ และชื่นชอบ เพื่อนำมาสร้างให้การช็อปปิ้งทั้งหมดนั้นราบรื่นและลงตัว ร้าน Farfetch ได้มีการเปิดตัวครั้งแรกในลอนดอน เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.2017 เป็นตัวอย่างสำคัญที่นำ AI มาใช้ว่าทำอย่างไรให้ AI สามารถจัดการงานขายสินค้าหรูได้อย่างเป็นมืออาชีพ มันเป็นเสมือนราวเสื้อผ้าที่เก็บข้อมูลของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ และมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบได้อย่างรวดเร็วฉับไวเหมือนส่องกระจกเงา ทำให้นักช็อปทั้งหลายสามารถดูรายการสินค้าทางออนไลน์ของพวกเขาได้ตามต้องการ สามารถขอเปลี่ยนไซส์ และจ่ายเงินค่าสินค้านั้นๆ ได้อย่างสะดวกสบายเหมือนอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ในวันนี้มีจำนวนร้านค้าปลีกคิดเป็น 93% เมื่อเทียบกับตลาดออนไลน์ ถึงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร้านค้าปลีกหายไปจากนักช็อป Jose Neves ผู้ก่อตั้ง และ CEO Farfetch คาดการณ์ไว้ว่า ร้านค้าปลีกอาจจะมีจำนวนเหลือเพียง 80% ในปี ค.ศ.2025 และเหล่านักค้าปลีกก็ต้องการข้อมูลและแนวทางที่ถูกต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าของพวกเขาไม่ต่างจากออนไลน์เช่นกัน

กลุ่มลูกค้าที่ใช้เสียงในการค้นหาสินค้าที่ต้องการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และในทุกๆ วันแบรนด์สินค้าหรูต้องใช้อุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ในการช่วยจัดหาสินค้าตามพฤติกรรมการช็อปปิ้งและสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้า วันนี้ Google Home และ Amazon Echo ได้เปิดให้แบรนด์ต่างๆ สามารถฝังตัวอยู่ในระบบและบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ McKinsey ได้คาดการณ์ว่าในปลายปี ค.ศ.2017 ใน US จะเพิ่มการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่าง Google Home และ Amazon Echo ถึง 29 ล้านหลังคาเรือน และตามรายงานของ comScore ครึ่งหนึ่งของการค้นหาข้อมูลทั้งหมดจะเป็นการค้นหาด้วยเสียงภายในปี ค.ศ.2020 บริษัทรถหรูอย่าง Mercedes-Benz มีการคิดค้นเทคโนโลยีคำสั่งเสียงผสมผสานลงไปในหน้าปัดรถ ซึ่งเจ้าของสามารถออกคำสั่งสตาร์ตหรือล็อกรถได้จากระยะไกล และสามารถบันทึกที่อยู่ให้ระบบนำทางกลับบ้านได้อย่างสะดวกสบาย “เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของลูกค้า เราจำเป็นต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพวกเขาใช้รถของเรา” Nils Schanz หัวหน้าแผนก Internet of Things ของกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัยที่ Mercedes-Benz ในอเมริกาเหนือกล่าว ความก้าวหน้าของ AI กำลังเป็นแรงผลักดันให้กับการทำการตลาดและงานโฆษณาของสินค้าหรู ซึ่งเป็นตัวช่วยดึงดูดความสนใจได้ถึง 2 เท่า AI ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความมั่นใจในการทำการตลาดและการโฆษณาได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยเรื่องของการโต้ตอบ การเก็บข้อมูล การสั่งซื้อของลูกค้าแต่ละบุคคล และนอกจากนี้ยังช่วยค้นหาข้อมูลให้กับกลุ่มลูกค้าสินค้าหรูจำนวนมากโดยสามารถนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว เมื่อลูกค้าค้นหาทางออนไลน์ บริษัท แอดกอริทึ่ม (Adgorithms) พัฒนา AI ชื่ออัลเบิร์ด (Albert) เป็น AI สำหรับวางแผน ปรับแต่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำการตลาด ทางบริษัทได้ทำงานร่วมกับแบรนด์สินค้า เช่น คอสซาเบลลา (Cosabella) แบรนด์ชุดชั้นใน หรือแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์อย่างฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson’s) โดยการนำ Albert ไปใช้งานกับ Cosabella พบว่าสามารถเพิ่มการใช้งานเว็บไซต์โดยรวมได้สูงขึ้น 37% เว็บไซต์สามารถตอบโต้ได้อย่างทันทีทำให้ผู้ใช้งานพึงพอใจ และเพิ่มยอดขายได้สูง 155% บริษัทสาบานว่าจะไม่กลับไปใช้นักการตลาดที่เป็นคนจริงๆ มาจัดการในส่วนนี้อีก ในส่วนของ Harley-Davidson’s Albert สามารถเพิ่มคนเข้าชมเว็บไซต์ได้สูงขึ้น 183% Albert ใช้งานได้ดีโดยเฉพาะกับแบรนด์หรูที่กำลังต้องการมัดใจลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ถ้าแบรนด์มีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเจาะเพียง 1% ของลูกค้าทั้งหมด คุณต้องแน่ใจว่าจะสามารถมัดใจกลุ่มเป้าหมาย 1% นั้นได้ 100% เอเจนซี่แบบเดิมกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มประชากรนั้นหมายความว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงผู้ซื้อตัวจริงได้เพียง 70%-80% แต่ Albert สามารถช่วยคุณให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่ามาก สร้างสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้ในระยะยาว และสร้างการเติบโตของมูลค่าได้อย่างยั่งยืน ออ ชานิ (Or Shani) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท แอดกอริทึ่ม กล่าว T.I.D.E 2017 ได้ทางออนไลน์ www.thailandinnodesign.com

Credit : The Future Laboratory