แบรนด์ไทยระดับโลก เผยเข้าประกวด PM Award 2019 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทยเห็นความสำคัญในการสร้างแบรนด์

แบรนด์ไทยระดับโลก เผยเข้าประกวด PM Award 2019 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทยเห็นความสำคัญในการสร้างแบรนด์

แบรนด์โช้คอัพไทยเผยยอดขายครึ่งปีแรกโตกว่า 10% ครองเจ้าตลาดอันดับหนึ่งในยุโรป เผยความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ประกอบการไทยโตได้แน่ด้วยการสร้างแบรนด์ กวาดสองประเภทรางวัลจากการส่งประกวดรางวัล PM Award 2019 นายภิญโญ พานิชเกษม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ได้รับรางวัล PM Award 2019 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในประเภท Best Thai Brand และ Best Exporter ได้เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและพัฒนาโช้คอัพรถจักรยานยนต์และรถยนต์มากว่า 35 ปี โดยในปีนี้มียอดจำหน่ายในครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) สูงถึง 510 ล้านบาท นับเป็นอัตราการเติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯมีตลาดหลักอยู่ในยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน และนิวซีแลนด์ และนับเป็นความภาคภูมิใจที่เป็นแบรนด์ยอดขายอันดับหนึ่งในยุโรปอีกด้วย นายภิญโญ กล่าวว่า บริษัทฯได้ตัดสินใจเข้าประกวดรางวัล PM Award 2019 เป็นปีแรก เนื่องจากทราบว่าเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดระดับประเทศสำหรับองค์กรธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจส่งออก และอยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการไทยด้วยกันให้เข้าใจว่า คนไทยก็สร้างแบรนด์ให้มีที่มั่นบนเวทีการค้าโลกได้ ด้วยความตั้งใจ และการสนับสนุนของภาครัฐในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ผ่านมาตรฐานรางวัลระดับประเทศ “คนมักจะพูดว่าสินค้าไทยชอบรับจ้างผลิตอย่างเดียว ไม่มีมูลค่าเพิ่ม แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา YSS ดำเนินธุรกิจโดยไม่เคยรับผลิตสินค้าให้ผู้อื่นเลย เรายึดถือหลักการทำงานสามข้อคือ เน้นประสิทธิภาพ เป็นสินค้าทางเลือก มีแบรนด์เป็นของตัวเองและจำหน่ายสินค้าทั่วโลกภายใต้แบรนด์เดียวกัน ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกที่เปิดตัวสู่ตลาดต่างประเทศก็พบความยากลำบากอยู่บ้าง แต่ในที่สุดเราก็พิสูจน์แล้วว่าแบรนด์ไทยสามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้ และเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยอีกมากก็สามารถทำได้” นายภิญโญกล่าวย้ำอีกครั้งว่า การสร้างแบรนด์ให้มีมูลค่านั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ ขอเพียงมีความตั้งใจ ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ของผู้ประกอบการไทยเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มผ่านหลากหลายโครงการ รวมทั้งมาตรฐานรางวัลระดับประเทศเช่น Prime Minister’s Export Award ที่จัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 28 และได้รับการยอมรับในระดับสากล “ผมเชื่อว่าคนไทยสู้ใครก็ได้ในตลาดโลก อยู่ที่เราจะกล้าสู้ กล้าก้าวไปข้างหน้าหรือไม่” นายภิญโญกล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ PM Award

รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award : PM Award 2019) เป็นรางวัลที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์มอบให้แก่ผู้ประกอบการในธุรกิจส่งออกที่มีความโดดเด่นหลากหลายประเภท ได้แก่ การส่งออกยอดเยี่ยม การมีนวัตกรรม การสร้างแบรนด์และการออกแบบสินค้าดีเยี่ยม ซึ่งสินค้าหรือบริการที่ได้รับรางวัลนี้ แสดงถึงภาพลักษณ์ คุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ซึ่งในปีนี้ได้พัฒนาการรับสมัครทางออนไลน์ ลดการใช้เอกสารแนบจำนวนมากส่งผลให้มีผู้สมัครเข้ารับรางวัลนี้จากภูมิภาค และมีผู้ผ่านได้รับรางวัลจากภูมิภาคถึง 7 รางวัลได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ระยอง สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม เป็นต้น รางวัล PM Export Award ถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของประเทศและเป็นการประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสินค้า และบริการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเข้ารับรางวัลในแต่ละปีจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบเป็นระบบและโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจส่งออกที่ได้รับรางวัลนี้มีคุณสมบัติ ที่เพียบพร้อมอย่างแท้จริง โดยรางวัลทั้ง 7 ประเภทที่มีการมอบภายในงานในปีนี้ ประกอบด้วย 1.รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) เป็นรางวัลที่พิจารณายอดการส่งออกเป็นหลัก โดยจะต้องผ่านหลักธรรมาภิบาล การบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด 2.รางวัลสินค้านวัตกรรมยอดเยี่ยม (Best Innovation) เป็นรางวัลที่พิจารณาสินค้าที่มีนวัตกรรมในทุกด้าน โดยจะต้องแสดงให้เห็นนวัตกรรมอย่างชัดเจนด้วยรูปลักษณ์หรือคำอธิบาย 3.รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) เป็นรางวัลที่พิจารณากลยุทธและองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ โดยผ่านหลักธรรมาภิบาลการบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด 4.รางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) เป็นรางวัลที่พิจารณาแยกตามประเภทการออกแบบได้แก่ กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย กลุ่มสินค้าออกแบบบรรจุภัณฑ์ กลุ่มสินค้าผลงานกราฟิกดีไซน์ และกลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายใน โดยผ่านหลักธรรมาภิบาลการบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด 5.รางวัลสินค้าธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Service Enterprise Award) เป็นรางวัลที่พิจารณาแยกตามสาขาได้แก่ สาขาโรงพยาบาล/คลินิกแพทย์เฉพาะทาง สาขาดิจิทัลคอนเทนท์และซอฟต์แวร์ สาขาโลจิสติกส์การค้า (ELMA) และสาขาธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ (Printing) โดยผ่านหลักธรรมาภิบาลการบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด 6.รางวัลสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม (Best OTOP) เป็นรางวัลที่พิจารณาสินค้าที่เป็น OTOP ที่ขึ้นบัญชีและได้รับดาวตามข้อกำหนดของกรมพัฒนาชุมชนหรือเป็น สินค้า OTOP Select ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยจะต้องมีการส่งออกและผ่านหลักธรรมาภิบาลการบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด 7.รางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal) เป็นรางวัลที่พิจารณาสินค้าฮาลาลที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับเครื่องหมายฮาลาลแล้วโดยผ่านหลักธรรมาภิบาลการบริหารองค์กรและอื่นๆตามที่กำหนด หลักธรรมาภิบาลและการบริหารองค์กรประกอบด้วย หมวดที่ 1 การบริหารองค์กร หมวดที่ 2 การวางแผนเชิงกลยุทธ์ หมวดที่ 3 การพัฒนาเพื่อขยายฐานลูกค้าและการตลาด หมวดที่ 4 การวัดการวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวดที่ 5 บุคลากร หมวดที่ 6 การดำเนินงาน หมวดที่ 7 ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทุกบริษัทจะต้องผ่านเกณฑ์ทั้ง 7 หมวดนี้ รางวัล PM Export Award ที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2562 เป็นครั้งที่ 28 มีผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไทยที่ได้รับรางวัลแล้ว 604 บริษัท 708 รางวัล ปีนี้มีผู้สมัครจากทั่วประเทศกว่า 652 บริษัท ใน 7 ประเภทรางวัล ตามขนาดของประเภทธุรกิจและผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับรางวัล 34 รางวัลจาก 31 บริษัท

Archives

Compare
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping