asd
arrow bg
asd

Design Service Society กับกิจกรรมการให้บริการให้คำปรึกษา

Design Service Society กับกิจกรรมการให้บริการให้คำปรึกษา

ในปัจจุบันการให้ความสำคัญการสร้างนวัตกรรม สร้างคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ด้วยการออกแบบเป็นที่ยอมรับและทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ ซึ่งการออกแบบจะช่วยสร้างความโดดเด่นและความแตกต่างให้กับสินค้าไทย ทำให้สามารถแข่งขันได้ตลาดสากล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการออกแบบ จึงได้จัดโครงการ Design Service Society โดยผนึกกำลังกับสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในการเป็นผู้ให้บริการการปรึกษาด้านการออกแบบแก่ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ เพื่อพัฒนาสินค้าไทยและบริการในรูปแบบที่ทันต่อเศรษฐกิจการค้าในโลกยุคใหม่ โดยได้จัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) กิจกรรมให้คำปรึกษาในงานแสดงสินค้า Style 2018 และ ThaiFex-World of Food Asia 2018  2) กิจกรรม Workshop ส่งเสริมความรู้ให้กับผู้ประกอบการ

Design Service Society เริ่มให้บริการครั้งแรกภายในงานแสดงสินค้า STYLE 2018 (เมษายน 2561) ระหว่างวันที่ 19 – 23 เมษายน 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การสร้างแบรนด์ ซึ่งเน้นให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์การออกแบบ เช่น การสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ ไลฟ์สไตล์ และอื่น ๆ และให้คำปรึกษาภายในงานแสดงสินค้า THAIFEX-WORLD OF FOOD ASIA 2018 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2561 โดยทีมผู้ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์การออกแบบ : ออกแบบประสบการณ์ร้านค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบริการ เครื่องหมายการค้า และ อื่นๆ ซึ่งในภาพรวมมีผู้ประกอบการให้ความสนใจขอเข้ารับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 188 ราย

          ผศ.ดร. โชคอนันต์  บุษราคัมภากร นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้อธิบายถึงขั้นตอนการสร้างกลยุทธ์ กระบวนการคิดออกแบบ   และรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างการออกแบบกับธุรกิจ ไว้ดังนี้

  1. คิดออกแบบเชิงกลยุทธ์ Strategic Design Thinking

คิดออกแบบเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง และ/หรือ การปฏิรูปธุรกิจในยุคดิจิทัล ธุรกิจกำลังมองหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความปรารถนาของผู้ใช้ การนำเอาแนวคิดเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ และการสร้างโอกาสความเป็นไปได้ทางธุรกิจใหม่

กระบวนการ ‘คิดออกแบบ’ ช่วยสร้างกลยุทธ์ความคิดในการค้นหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ผ่านขั้นตอนการคิดออกแบบอย่างเป็นระบบ เริ่มจาก การเข้าใจผู้ใช้ สร้างโจทย์ ระดมสมอง ลงมือทำ และทดสอบความคิด

1.1 นำเสนอความหลากหลายของนวัตกรรม นำเสนอความหลากหลายของนวัตกรรมต้นแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และ/หรือ ระบบ

1.2 มองความเป็นไปได้ในอนาคต นำเสนอแนวคิดต้นแบบ เพื่อการเปิดมุมมองความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในอนาคต

1.3 เสริมความประทับใจให้กับผู้ใช้ นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่เพิ่มและสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับผู้ใช้

  1. กระบวนการ ‘คิดออกแบบ’ Design Thinking Process

กระบวนการคิดออกแบบ เปรียบเสมือนการค้นหานวัตกรรมที่ตอบสนองความปรารถนาของผู้ใช้และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

3.4รูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างการออกแบบกับธุรรกิจ DESIGN-BUSINESS CO-INCUBATION

1.ให้บริการออกแบบ แก้ปัญหาและทำตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
2.ทำงานร่วมกัน ลงมือคิดและทำร่วมกันเพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าใหม่
3.นำนวัตกรรม นำความคิดใหม่ๆของผู้บริการออกแบบเข้าไปกระตุ้น ปรับและพัฒนาธุรกิจของ ผู้รับบริการ
4.ลงทุนร่วมกัน ทำข้อตกลง ลงทุน แบ่งผล ประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ

Slow Hand Design: Thai Popism

Slow Hand Design: Thai Popism

in Milan, Italy

 

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลานผลักดันนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยที่ได้รับรางวัล DEmark 2018 ไปแสดงศักยภาพโชว์ผลงาน ในงานแสดงสินค้า SALONE DEI MOBILI ครั้งที่ 57 (มิลานแฟร์) ระหว่าง 17 – 22 เมษายน 2561 ณ ASIA DESIGN PAVILION, Megawatt Court, via watt 15 MILANO โดยมีการคัดเลือกผลงานตามแนวคิด Slow Hand Design การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยภูมิปัญญา อัตลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนแนวคิดเเบบตะวันออก นำเสนอนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ Thai Popism ซึ่งเป็นการเสนอภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในรูปแบบของวัฒนธรรมป๊อบที่มีรูปแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์สามารถสร้างการจดจำได้ในระดับสากล โดยมีการแบ่งพื้นที่ในนิทรรศการออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

1) จัดแสดงผลงานของสินค้าไทยที่ได้รับรางวัล DEmark 2018

2) จัดแสดงสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน

3) นำเสนอพื้นที่ที่จำลองการตกแต่งและบรรยากาศร้านอาหารแบบไทย ๆ

4) พื้นที่เจรจาธุรกิจและจัดแสดงผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 9 แบรนด์

ภายในนิทรรศการ Slow Hand Design ยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการขายประกอบด้วย 1) สาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าของผู้ประกอบการไทยที่ได้รับรางวัล DEmark ในพื้นที่จัดแสดง เช่น ชุดชงชา จากแบรนด์ Saprang ชุดจานสลัด จากแบรนด์ Salt And Pepper เป็นต้น 2) การสัมภาษณ์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เอกรัตน์ วงษ์จริต ภัณฑารักษ์ของโครงการ ของสถานีวิทยุ Radio We และสื่อการออกแบบชั้นนำของอิตาลี ทั้งนี้ ผลจากการผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลกทำให้ได้รับการตอบรับจาก นักธุรกิจ ผู้ซื้อ สื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมจัดแสดงงานจากประเทศต่าง ๆ สนใจสินค้าไทยมากขึ้น เช่น ในส่วนของนิทรรศการ แบรนด์ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ แบรนด์ Vuudh กับสินค้าเครื่องหอมและผลิตภัณฑ์สปา สินค้าชุดบรรจุภัณฑ์ แบรนด์ Rubber Killer กับสินค้ากระเป๋าที่ทำจากยางในรถบรรทุก แบรนด์ AF Atelier  กับสินค้าแว่นตา Handmade และ แบรนด์ Prempracha กับชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร Bijan Collection สำหรับในส่วนของพื้นที่เจรจาธุรกิจ ได้แก่ สินค้า Gom Stool และราวแขวนตั้งพื้นก้านกล้วยแบรนด์ Hari Ora สินค้า Sputnik Collection จาก Salt And Pepper Design Studio สินค้า Gest Stool จาก Plural Designs Co.,Ltd. และสินค้า Stationery จาก แบรนด์ Labrador เป็นต้น

ผลการตอบรับจากการจัดนิทรรศการดังกล่าว ก่อให้เกิดการผลักดันแบรนด์ไทยสู่สากลจนได้รับ     การตอบรับ คำชื่มชมในอัตลักษณ์และความร่วมสมัยของดีไซน์ไทย รวมถึงมียอดการสั่งซื้อจากทั้งชาวอิตาลี สหราชอาณาจักร กลุ่มประเทศยุโรป และเอเชีย และมีผู้เข้าชม 450 – 500 คน/วัน รวมทั้งงานประมาณ 3,000 คน โดยคาดการณ์จากยอดการสั่งซื้อภายใน 1 ปี คิดเป็น 4,950,000 บาท

Furukari

"ฟุรุคะริ (Furukari)" ช็อกโกแลตบาร์ผลไม้ กับหิมะไวท์ช็อกโกแลต

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟุรุคะริ ช็อกโกแลตบาร์ผลไม้ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนในเมืองไทย มีจุดเด่นที่กลิ่นนมฮอกไกโดกับหิมะไวท์ช็อกโกแลต ที่บรรจุภัณฑ์ดึงดูดสายตาคนรักของหวานด้วยสีหวานๆ และภาพวาดบ้านทรงผลไม้
ซึ่งแสดงถึงความอ่อนน้อม น่ารักแบบญี่ปุ่น โดยเริ่มจากเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็นฟุรุคะริ ที่ผสมคำจาก ฟุรุซึ (การออกเสียงคำว่า fruit ของชาวญี่ปุ่น) และ คะริคะริ ที่แปลว่ากรุบกรอบ จากชื่อเดิม ช็อกไกโด มาจากคำว่า ช็อกโกแลต และฮอกไกโด ซึ่งหน้าตาสินค้าค่อนข้างสร้างความสับสนให้ผู้บริโภคพอสมควร เราแนะนำให้ลูกค้าพัฒนารูปแบบของสินค้า และเปลี่ยนดีไซน์ให้จดจำได้ง่ายขึ้น และบอกเรื่องราวได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้โทนสีเดียวกันทุกชิ้นงาน เลือกสีเฉดเดียวกับผลไม้และสินค้าที่บรรจุภายใน สร้างการจดจำ และเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภค ใช้ภาพร้านขนมทรงผลไม้ต้อนรับคนรักของหวานทุกคน

 

 

 

ฟุรุคะริ เป็นการผสานระหว่างผลไม้ไทยและช็อกโกแลตกลิ่นนมฮอกไกโด โดยเน้นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและคนไทยคุ้นเคยกับรสชาติ บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ในซองฟอยล์อลูมิเนียมสีสว่าง อ่อนหวาน และภาพร้านของหวานทรงผลไม้ย่อส่วน เพื่อต้อนรับช่วงเวลาแห่งความอร่อยของคนรักของหวานทุกคน ท่ามกลางสายฝนไวท์ช็อกโกแลต สีสันสดใสสบายตา ซองฉีกง่าย เก็บได้ยาวนาน พกพาสะดวก ช็อกโกแลตบาร์มีร่องสำหรับหักแบ่ง สามารถกินได้หลายครั้ง มีถาดด้านในช่วยคงรูปช็อกโกแลตบาร์ แคลอรี่ต่ำลงเพราะมีผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก จึงเป็นของหวานที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดมาก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

 



ฟุรุคะริสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของของหวานอย่างอื่นได้ตามความคิดสร้างสรรค์ เช่น น้ำปั่น ท็อปปิ้งไอศกรีม เป็นต้น ทั้งยัง คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือการ
ทำเป็นชิ้นบาร์ ซองด้านนอกลดการใช้ห่อพลาสติกสำหรับชิ้นเดี่ยวเป็นจำนวนมาก

SMITH

“ความเรียบง่ายที่สะท้อนความปราณีต ผ่านแนวคิดของแบรนด์เครื่องสำอาง SMITH ที่ทำมาเพื่อทุกคนในทุกๆ วัน”

 

Smith แบรนด์ผลิตภัณฑ์บํารุงผิวที่มีคุณหมอสมิทธิ์ อารยะสกุล หนึ่งในผู้บริหารและเป็นผู้คิดค้นสูตรสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกตัว ที่ต้องการสะท้อนความงามตามธรรมชาติของผู้ใช้ โดยนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการวิจัยผลิตภัณฑ์ ให้มีความปราณีต หรูหรา สะท้อนผ่านกราฟฟิคปั้มนูนลงบนเนื้อกระดาษสีขาว และมุมตัดด้านข้างกล่องที่เป็นทรงสามเหลี่ยมยังเพิ่ม Contrast และ Signature ให้กับดีไซน์ กราฟฟิคเหล่านี้เพิ่มรายละเอียดลงไปในงานที่เรียบง่ายให้โดดเด่น และสื่อสารคุณสมบัติของสินค้า Charactor ของ Brand ผ่าน Visual ทั้งหมด

 

 

 

 

กล่องของ Smith เลือกใช้กระดาษ KHU 290 grams จาก Fine paper takeo ที่มีความเหนียวและแกร่งของเนื้อกระดาษ จึงเพียงพอต่อการรับน้ำหนักสินค้าแต่ละชนิด เช่นเดียวกันกับขวด PET ซึ่งทนต่อแรงกระแทก ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ ทั้งดีไซน์ยังสะท้อน Brand character และ Target audience ของ Smith ซึ่งเป็นผู้ชายทางเลือกและผู้หญิงอายุ 25-40 ปี ดีไซน์จึงทำให้ดูมีความเป็น Unisex แต่ค่อนไปทางความเป็นผู้หญิง

 

นอกจากนี้วัตถุประสงค์หลักของการ Redesign ตัว Packaging คือความต้องการในการตั้งราคาของสินค้าให้สูงกว่าคู่แข่งในท้องตลาด เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและเทคโนโลยีในการผลิตที่มีคุณภาพสูงกว่า บรรจุภัณฑ์จึงต้องออกมาดูมีคุณภาพสูง พร้อมกับสะท้อนภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและผู้นำในด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากการใช้วัสดุกระดาษสีขาวเรียบซึ่งเป็นกระดาษ ECF พิมพ์เฉพาะชื่อแบรนด์และข้อมูลของผลิตภัณฑ์ด้านหน้ากล่อง ความเรียบง่ายแต่มีลูกเล่นนี้ สะท้อน 3 Keywords ที่สำคัญของแบรนด์ คือคำว่า Simple, Premium & Scientific โดยมุมกล่องถูกออกแบบให้มีมุมตัดเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า เพื่อสื่อถึง ความสมบูรณ์แบบ ในความไม่สมบูรณ์แบบ อันเป็นปรัชญาความงามแบบมนุษย์ ตอบโจทย์ของเราอยากให้กล่องที่ดูเรียบมีจุดดึงคูดสายตา โดดเด่นออกจากคู่แข่งและสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ โดยเน้นประโยชน์ใช้สอยที่จับสะดวก และเมื่อกล่องถูกแพ็ครวมกันอยู่ในลังก็ช่วยให้ร้านค้าสามารถดึงออกจากแพ็คได้ง่าย นอกจากนี้กระดาษตรงฝากล่องด้านในยังดีไซน์ตัวล็อคสินค้าเพื่อให้สินค้าถูกยึดอย่างมั่นคงและปลอดภัย ทั้งยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพราะใช้กระดาษ KHU เป็นกระดาษ FSC ที่ได้รับ ECF ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขวด PET สามารถนำมา recycle และใช้งานอีกได้

Hill pot

Hill pot จานรองกับกระถางปลูกต้นไม้

Hill pot จานรองกับกระถางปลูกต้นไม้ ที่ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้คนที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ โดยพัฒนาจากการปลูกต้นไม้ในที่พักอาศัยที่ใช้สิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ถัง ขัน ตะกร้า โอ่ง เพื่อใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัว ไปจนถึงไม้มงคล โดยกระถางชุดนี้ส่งต่อวัฒนธรรมการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ขนาดเล็กให้มีความสะดวกสบาย กระทัดรัด สามารถเข้ากับการจัดวางที่ร่วมสมัย โดยออกแบบเพื่อแก้ปัญหาทำให้การใช้งานต่างๆ ดีขึ้น และอเนกประสงค์มากขึ้น ทั้งยังสามารถใช้งานได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่สนใจ และรักธรรมชาติ อีกทั้งผู้ที่ต้องการซื้อไปใช้งานในลักษณะอื่นก็ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้ด้วย

 

 

 

 

 

 

ชุดกระถางปลูกต้นไม้ Hill pot มาจากแนวคิดที่มองว่าปัญหาของการเลี้ยงต้นไม้พื้นที่ขนาดเล็กส่วนหนึ่งคือ จานรองกระถางซึ่งเป็นส่วนเกิน ไม่น่าดู มีน้ำนองและเป็นที่เพาะยุง อีกทั้งต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอเพราะมีปริมาณดินที่เก็บน้ำได้น้อย จึงออกแบบให้จานรองเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกันกับตัวกระถาง และมีระบบการให้น้ำจากจานรองได้ โดยมีรูปทรงเหมือนเนินเขาที่ทำให้การจัดต้นไม้เหมือนกับการวางตัวของภูมิประเทศ รวมถึงมีความคิดที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย สามารถลดขั้นตอนและปริมาณการใช้ทรัพยากรต่างๆ ในการผลิตได้ ซึ่งกลไกการดึงน้ำจากจานรองขึ้นมาที่ดิน เป็นรูปแบบการผลิตที่เปิดกว้างให้กับวัสดุใหม่ๆ ในกลุ่มพลาสติกได้ในอนาคต