asd
arrow bg
asd

Dream Trip

ทริปเสมือนฝันบนโลกความจริง

ความบันเทิงทุกวันนี้ไม่ใช่แค่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเท่านั้น ‘ผู้ผลิต’ ก็สนุกที่จะได้ทำอะไรที่แตกต่างมีชีวิตชีวา ส่วน ‘ผู้ชม’ ก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงและปรับตัวตาม

เพราะเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความฝันอาจไม่ชัดเจนนัก ภาพและเสียงถือเป็นพื้นฐานของการสร้างความบันเทิงเบื้องต้น และจะทำให้ผู้ชมเกิดประสบการณ์ร่วมแบบไร้กาลเวลา

โปรดักชั่นดิจิตัลต่างๆ เป็นเหมือนงานศิลป์แบบผสมผสาน การพรีเซ้นต์งาน การออกแบบ ก็เป็นเหมือนคำสัญญาต่อผู้ชมว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ราวกับเดินทางอยู่ในความฝันเสมือนจริง คุณจะรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างการอยู่ในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ไซไฟ หรือนึกมานึกไปคุณอาจจะกำลังดื่มด่ำอยู่กับงานศิลปะอีกแขนงไปเลยก็ได้

ยกตัวอย่างเช่น การใช้พื้นที่เดียวสร้างกิจกรรมหลายๆอย่าง เมื่อคุณเข้าร่วมกิจกรรมคุณจะรู้สึกกลมกลืนไปกับพื้นที่และผู้เล่นคนอื่นๆ และหลงลืมไปว่ากำลังเล่นเกมแบบวิช่วลอยู่

ถ้าพวกเราใช้เวลาฝัน เพื่อให้รู้จักตัวเองได้ดีขึ้น หรือเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ด้วยล่ะ?

ขยับมาใกล้ๆ เพราะนี่จะเป็นการพาทัวร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน!   

 

 

 

 

 

 

โปรเจ็ค ‘พรมแดนสุดล้ำ’ จาก TeamLab

Toshiyuki Inoko และทีมศิลปินของ TeamLab คือผู้ผลิตงานศิลปะแบบดิจิตัล – อินเตอร์แอ็คทีฟ ชิ้นงานของพวกเขาจะพาผู้ชมเข้าสู่โลกจินตนาการแบบโลกคู่ขนาน หญ้าสีแดงใต้ฝ่าเท้า หรือสายน้ำที่เปลี่ยนสีเมื่อเราเดินผ่าน เป็นงานที่ต้องอาศัยความสามารถและทักษะอันหลากหลาย เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด

โปรเจ็คนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการ รวมถึงออฟเฟอร์อะไรใหม่ๆ อีกหลายอย่าง เช่น การสร้างงานแบบดิจิตัลจะช่วยขยายขีดความสามารถของงานศิลปะ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างงานศิลปะกับผู้คนได้มากขึ้น หรือในอีกแง่หนึ่ง มันช่วยทลายข้อจำกัดทางด้านร่างกายหรือพื้นที่ ทำให้คนได้พัฒนาหรือสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นอิสระ

คำถามหนึ่งคือ “คุณไม่เคยรู้สึกโชคดีบ้างหรือ ที่พบว่าตัวเองยืนอยู่เพียงลำพัง (หรือยอ่างน้อยก็เกือบลำพัง) ท่ามกลางงานนิทรรศการต่างๆ?” เป้าหมายของ TeamLab คือการทำสิ่งตรงข้ามกับคำถามนั้น นั่นคือสร้างประสบการณ์ต่อตัวบุคคลและยังสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย

Art Digital จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมและพื้นที่ ณ ขณะนั้น ถ้าคุณมองเห็นอะไรสวยๆงามๆ สมองก็จะสั่งให้คุณคิดถึงเรื่องในแง่บวก เป็นการปฏิสัมพันธ์สองทาง เพราะตัวนิทรรศการดิจิตัลก็ปรับเปลี่ยนไปตามผู้ชมด้วยเหมือนกัน   

โปรเจ็คนี้ของ Toshiyuki Inoko และทีมของเขานำเสนออยู่ในนิทรรศการที่ปารีสระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน 2018 จากนั้นก็จะไปจัดแสดงต่อที่โตเกียว และ เฮลซิงกิ ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่เหลือ  

โปรเจ็ค ‘ทำความรู้จักตัวเองให้มากขึ้น’ จาก Masahiko Sato

นิทรรศการแบบจัดวางหรือ Installation ในชื่อ My first me เป็นการเชิญชวนให้คนดูทำความรู้จักตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งนำเสนอโดย Issey Miyake ที่งาน Salone del Mobile a Milan ในครั้งล่าสุดที่ผ่านมา งานศิลปะนี้ประกอบด้วยงานอินเตอร์แอ็คทีฟและวีดีโอ ซึ่ง Masahiro Sato ศิลปินและศาสตราจารย์ที่ Tokyo University of Arts ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเล่มล่าสุดของเขาเองในชื่อ “New way of understanding” ในการสร้างสรรค์ผลงาน เทคนิคของเขาคือใช้เทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิด ‘ความรู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน’ ผ่านสื่อหลายๆแบบ Sato ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่ามนุษย์จะรู้บางอย่างเกี่ยวกับตัวเองแม้พวกเขาจะยังมองไม่เห็นบางอย่างนั้นก็ตาม

หนึ่งในงานสี่ชิ้นของเขาคือ “Pool of fingerprints” วิธีการคือมีการเก็บลายนิ้วมือของผู้เข้าชมเอาไว้ แล้วนำมาฉายบน visual pool ดังนั้นก็จะมีลายนิ้วมือของคนนับหมื่นนับพันปะปนกันไป แต่ถ้าคุณขยับเข้าไปดูใกล้ๆ คุณจะมองเห็นลายนิ้วมือของตัวเองเด่นชัดออกมา เป้าหมายของงานชิ้นนี้คือเพื่อสร้างเอฟเฟ็คสำหรับตัวผู้เข้าชมงาน และให้เกิดการกระตุ้นเพื่อระลึกถึงว่าไม่มีใครรู้จักเราไปมากกว่าตัวเราเอง

สร้างสรรค์ธรรมชาติ

Miguel Chevalier เป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ริเริ่มงานแบบ visual & digital งานของเขาได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ศิลป์ต่างๆ โดยเป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ อาทิ ตรรกะของโลกดิจิตัลและการสร้างปฏิสัมพันธ์ของมันกับมนุษย์ เขายังสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งประดิษฐ์กับของตามธรรมชาติ และที่สำคัญคือความสัมพันธ์ของมนุษย์กับโลกใบนี้ด้วย

งานที่ Chaumont ในปี 2017 ของเขาก็เป็นงานที่เลียนแบบธรรมชาติ เป็นชิ้นงานสูง 6 เมตรครึ่งที่เมื่อจัดวางแล้วก็สะท้อนภาพของท้องฟ้า สะกดให้คนดูตกตะลึงเหมือนอยู่ในภาพฝัน กระนั้นชิ้นงาน “Trans – Nature” นี้ก็ยังดูคล้ายกับดอกไม้ตามธรรมชาติ

ในปี 2018 นี้ เขามีงานใหม่ที่ชื่อว่า “Digital Abysses” ซึ่งได้พาร์ทเนอร์ชิปที่น่าสนใจ นั่นคือ Surfrider Foundation อันเป็นองค์กรที่ช่วยดูแลและปกป้องมหาสมุทรและชายหาดต่างๆ ดังนั้นนิทรรศการและงานชิ้นใหม่นี้จึงนำเสนอภาพของ Leviathan หรือสัตว์ร้ายตามตำนานแห่งทะเล กำลังค่อยๆจมลงสู่ก้นบึ้งของท้องน้ำ มันเป็นความบันเทิงว่าด้วยเรื่องของสัตว์ที่ไม่มีอยู่จริง ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศน์ที่ทุกคนควรตระหนักรู้ไปพร้อมๆกัน

งานของ Miguel ได้จัดแสดงที่ลอนดอน ใน Galleries Mayor และที่ปารีส ใน Willmotte และ the Grand Palais ในนิทรรศการที่ชื่อว่า “Artists and Robots”

ดื่มด่ำกับอนาคตตที่อยู่ไม่ไกล

Universal Everything เป็นการรวบรวมงานศิลปะต่างๆ รวมถึงรายชื่อศิลปิน นักออกแบบ นักดนตรี หรือแม้แต่เดเวลลอปเปอร์ด้านดิจิตัลเอาไว้ด้วย พวกเขาสร้างวิดีโองานศิลปะ, พัฒนาระบบสัมผัสที่หลากหลาย อันนำไปสู่รูปแบบใหม่ๆของหน้าจอสมาร์ทโฟนในอนาคต งานของพวกเขาเหมือนการได้สำรวจอนาคตจองมนุษยซาติ แล้วแสดงออกถึงชีวิตและความรู้สึกผ่านเทคโนโลยี บทบาทของพวกเขายังข้องเกี่ยวกับการริเริ่มแบรนด์ใหม่ๆ หรือสร้างสรรค์นิทรรศการไปทั่วโลก

อย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการร่วมมือกับสถาปนิก Zaha Hadid เพื่อเปิดตัว Galaxy S8 รุ่นล่าสุดของซัมซุง โดยจัดเป็นนิทรรศการที่จะพาผู้ชมผ่านงานสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตย์อีกด้วย

Credit: NellyRodi